ประวัติโครงการชลประทานชุมพร

1.     เรื่องเดิม a 
              ในสภาพปกติพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เป็นที่ลุ่มต่ำเมื่องถึงฤดูฝน จะมีกระแสน้ำจากคลองท่าตะเภามีระดับสูงล้นฝั่งไหลบ่าเข้าท่วมเรือกสวนไร่นาของราษฎร เส้นทางคมนาคมแหล่งชุมชน อาคารร้านค้า สถานที่ราชการโดยเฉพาะบริเวณตบาดเมืองชุมพรทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินรวมทั้งเศรษฐกิจของทางราชการและราษฎร
อยู่เป็นประจำแทบทุกปี ในปี พ.ศ.2490 เกิดอุทกภัยขนาดใหญ่ ทำให้ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างหนัก คณะกรมการจังหวัดร่วมกับพลเรือโทรหลวงสุนาวินวิวัฒน์ สส.สมัยนั้น ได้ทำเรื่องขอให้ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหาอุทกภัยดังกล่าว และกรมชลประทานได้เริ่มทำการสำรวจในปี พ.ศ.2492 และศึกษาพิจารณาโครงการป้องกันอุทกภัยจังหวัดชุมพร โดยวางแผนสร้างประตูระบายน้ำที่บ้านสามแก้ว สามารถระบายน้ำได้ 262 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีและขุดคลองใหม่ จาก ปตร.สามแก้ว ความยาว 1.7 กม.ไปพบกับคลองพนังตัก เพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล ในปี พ.ศ. 2495 คลองระบายน้ำสายนี้สามารถลดอุทกภัยขนาดปานกลางได้

2.     วัตถุประสงค์ b
               เพื่อระบายน้ำและป้องกันในเขต อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

 3.     ที่ตั้ง   c
           
   ตั้งอยู่เลขที่ 162 หมู่ที่ 1 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร บนเส้นรุ้งที่ 10ํ 30่ 5่7่ N เส้นแวง 99ํ 11่ 1่4่ E พิกัด 47 PNM 205 - 624 ห่างจากตัวเมืองชุมพรไปทางทิศเหนือตามถนนไตรรัตน์ ประมาณ 3.00 กม.

 4.     แหล่งน้ำต้นทุน   c

แม่น้ำท่าตะเภา ซึ่งประกอบด้วยสาขาใหญ่ๆ 2 สาย คือ คลองรับร่อ และคลองท่าแซะ ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำท่าตะเภาที่บ้านปากแพรก ตำบลนากระตาม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ไหลผ่าน อ.ท่าแซะ และตัวเมืองชุมพร แล้วลงสู่อ่าวไทยที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร ความยาวประมาณ 33 กม.กว้างประมาณ 40 ม. มีน้ำไหลตลอดปี  5.     ลักษณะโครงการ   c
           เป็นโครงการประเภทระบายน้ำบรรเทาอุทกภัยหัวงานเป็น ประตูระบายน้ำ บานโค้งขนาด 4.00 - 5.10 ม. จำนวน 4 ช่อง บานระบายพร้อมเครื่องกว้าน ปริมาณน้ำที่ระบายน้ำได้เต็มที่ (ตามที่ออกแบบ) 262  ลูกบาศก์เมตร/วินาที  แต่ระบายน้ำได้จริง 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก้นคลองกว้าง 20.00 ม.  ลาดก้นคลอง 1:3,000 ความกว้างหลังคัน 6.00 ม. คลองระบายน้ำยาว 11.00 กม. พร้อมอาคารประกอบ จำนวน 42 แห่ง                                         

 6.     ประโยชน์ที่ได้รับ   c
       
     สามารถบรรเทาอุทกภัยในเขตอำเภอเมืองบางส่วน และพื้นที่การเกษตรประมาณ 30,000 ไร่

 7.     ราคาค่าก่อสร้าง    
         
   ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ทั้งสิ้นประมาณ 10 ล้านบาท (ไม่รวมอาคารประกอบ)    

 8.     ระยะเวลาก่อสร้าง       เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2494 เสร็จในปี พ.ศ.2497