โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

พระราชดำริและความเป็นมา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนพระทัยในการที่พระราชญาณรังสี 
( พระอาจารย์จันทร์ คเวสโก ) ได้ไปดำเนินการพัฒนาหมู่บ้านในบริเวณสำนักสงฆ์ถ้ำวังหิน ตำบลหนองปรือ อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งต่อมาพระอาจารย์จันทร์ ได้นำโครงการฯ นั้นขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อทอดพระเนตร และมีพระบรมราชวินิจฉัย

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งกับนายสุมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ กปร . และเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายจริย์ ตุลยานนท์ อธิบดีกรมชล ประทานพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ว่าได้ทราบว่า พระราชญาณรังสี
( พระอาจารย์จันทร์ คเวสโก ) ได้ไปดำเนินการพัฒนาพื้นที่บริเวณตำบลหนองปรือ อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนเป็นอย่างดีจึงให้เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาไปนมัสการพระอาจารย์จันทร์ คเวสโก เพื่อช่วยประสานและสนับสนุนการดำเนินการในโครงการดังกล่าวนี้ รวมทั้งให้กรมชลประทานดำเนินการพิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของห้วยลำตะเพิน ในเขตอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี เช่น ห้วยพุตะเคียน ห้วยแม่ระวัง และลำห้วยสาขา ห้วยแม่ตะกึง ห้วยตะกวด ห้วยกะพร้อม และห้วยป่าไร่ เป็นต้น เพื่อหาน้ำช่วยเหลือราษฎรในเขตโครงการให้มีน้ำทำการเพาะปลูกและอุปโภค บริโภคได้ตลอดปี และสมควรปลูกป่าตามบริเวณขอบอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ที่จะทำการก่อสร้างด้วย

 

 

หลังจากเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กราบนมัสการพระอาจารย์จันทร์ คเวสโก เพื่อประสานการดำเนินงานต่าง ๆ แล้ว ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการจัดหาที่ดินจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาวางแผน และจัดทำเป็นโครงการเพื่อพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว และพระราชทานเชื่อว่า “ โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ” อีกทั้งได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินจากมูลนิธิชัยพัฒนาเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ โดยมีพระราชญาณรังสี ( พระอาจารย์จันทร์ คเวสโก ) วัดป่าชัยรังสี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พระราชมงคลญาณ วัดปากน้ำ พระภาวนาวิสุทธาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ร่วมสนับสนุน และประสานการดำเนินงานต่าง ๆ อันเป็นแนวทางพัฒนาตามพระราชดำริที่ให้ฝ่ายต่าง ๆ ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภาคราชการ ราษฎร และศาสนา

 

พระราชดำริในการพัฒนาสภาพพื้นที่เดิมของโครงการฯ

พื้นที่ในเขตหมู่ที่ 2,3,4 และ 5 ตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขาพระฤาษี เขาบ่อแร่ แปลงที่ 2 ได้มีราษฎรเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าและครอบครองทำประโยชน์จากที่ดินดังกล่าว ต้นไม้ใหญ่ได้ถูกตัดทำลายไป คงเหลือสภาพป่าในบริเวณบนเขาและรอบ ๆ เชิงเขาอยู่บ้าง ทำให้สภาพป่าและสภาพแวดล้อมเสื่อมสภาพไปอย่างมากเป็นผลให้เกิดความแห้งแล้งขึ้นในพื้นที่ ดังกล่าว ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารต่อไป

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทาน “ โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ” เพื่อดำเนินการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และการทำมาหากินควบคู่ไปกับการพัฒนาและฟื้นฟูสภาพป่าไม้ ให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับแนวพระราชดำริทรงเน้น เรื่อง “ การบริหารและการทรัพยากรธรรมชาติให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ” โดยให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทำกินร่วมกับการคงอยู่ของธรรมชาติอย่างเกื้อหนุนกัน คือไม่ทำลายซึ่งกันตามหลักการฟื้นฟูและสร้างสมดุลในระบบนิเวศทำให้ทุกชีวิตมีความผาสุกและมีคุณภาพที่ดีขึ้น

หลักการดำเนิ นงานตามแนวคิด “ บวร ”

สังคมไทยดำรงอยู่สายใยอันแนบแน่นระหว่างสถาบันหลัก คือ บ้าน วัด ราชการและโรงเรียนสถาบันเหล่านี้ได้ยึดเหนี่ยวเกื่อกูลต่อวิถีชีวิตคนไทย และทำให้สังคมไทยดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข นับว่าเป็นลักษณะจำเพาะที่ไม่มีในสังคมอื่นใด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่มีแนวคิดทันสมัยทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงเป็นนักอนุรักษ์ชั้นเยี่ยมยอด ที่เล็งเห็นคุณค่าแนวคิดเรื่อง “ บวร ”( บ้าน วัด ราชการ และโรงเรียน ) จึงทรงเน้นให้พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตไทยด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทุก ๆ ฝ่ายคือ ให้บ้าน วัด ราชการและโรงเรียนฟังข้อคิดเห็น และก้าวเดินเพื่อพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้เสริมการเพาะปลูกในฤดูฝน และการปลูกพืชในฤดูแล้ง

2. เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ สำหรับอุปโภค - บริโภคของราษฎร

3. เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ให้ราษฎรใช้บริโภค และมีรายได้จากการประมงเพิ่มเติมจากการเกษตรกรรม

4. เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ของราษฎรบริเวณใกล้เคียง

5. เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ เพื่อบรรเทาการเกิดอุทกภัย

 

 

แผนพัฒนางานชลประทานใน 5 ปี ข้างหน้า

วิสัยทัศน์ของกรมชลประทาน

มุ่งเน้นพัฒนาและจัดการน้ำเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนโดยมีการปฎิรูประบบการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการประยุกต์ใช้เทศโนโลยีที่เหมาะสม สร้างกลไกลการบริหารให้องค์กรและประชาชนมีส่วนร่วม และสร้างการประสานงานจากทุกฝ่ายเพื่อให้งานพัฒนาและจัดการน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด

พันธกิจของกรมชลประทาน

เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เพียงพอจัดการน้ำให้กับผู้ใช้น้ำทุกประเภทอย่างทั่วถึง เป็นธรรมและยั่งยืนสนับสนุนการมีส่วนร่วมเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีดุลยภาพในด้านนิเวศวิทยาสิ่งแวดล้อมและเกิดประโยชน์สูงสุด ให้มีการดำเนินการบรรเทาภัยทางน้ำ

 

ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4

มีแผนที่จะปฏิบัติงานให้สัมฤทธิ์ตามนโยบายของกรมชลประทาน และแก้ไขปัญหางานชลประทานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการจัดการน้ำและการใช้ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ

จากการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิต และการบริหารการใช้น้ำของเกษตรกร แหล่งน้ำขนาดกลาง และขนาดเล็ก ได้พัฒนาตามมาเป็นลำดับ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้น้ำของภาคการผลิตต่าง ๆ และแนวโน้มของการใช้น้ำไม่มีที่ว่าจะลดลงเลย