อ่างเก็บน้ำแก่งละว้า

เรื่องเดิม
       องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นมีหนังสือที่ ขก. 31/2492 ลว. 21 มิ.ย. 2514 ถึงกรมชลประทานแจ้งว่าทำนบดินห้วยจิบแจง (ปลายบึงแก่งละว้า) ถูกน้ำกัดเซาะขาดทุกปีเนื่องจากฝนตกหนัก เป็นเหตุให้ทำนบขาดชำรุดหลายตอนแหล่งน้ำดังกล่าวมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชน และสัตว์เลี้ยงในเขตอำเภอบ้านไผ่ จำนวน 4 ตำบล คือ ตำบลบ้านไผ่ ,โคกสำราญ ,เมืองเพีย, และบ้านเป้า รวม 40 หมู่บ้านรวมทั้งยังใช้น้ำจากบึงดังกล่าวในการประปาอำเภอบ้านไผ่ด้วย จังหวัดได้จัดสรรเงินงบประมาณและขอความร่วมมือจากประชาชนในท้องที่ดังกล่าวช่วยกันบูรณะซ่อมแซมทำนบดินทุกปีมา
       แต่เห็นว่าเป็นการเกินกำลังและขีดความสามารถที่จัวหวัดจะดำเนินการต่อไปได้ เพราะเป็นงานที่ต้องใช้วิชาการและงบประมาณก่อสร้างเป้นจำนวนมากจึงจะดำเนินการสำเร็จ จังหวัดจึงขอให้กรมชลประทานรับเอาทำนบดินดังกล่าวไป ทำการสำรวจ ก่อสร้างและบำรุงรักษาต่อไป
เพื่อเป็นการอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่น กรมชลประทานได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในขั้นแรงควรซ่อมแซมปรับปรุงทำนบดินเป็นการชั่วคราวไปก่อน ซึ่งจะต้องใช้เงินงบประมาณ 146,000.-บาท
       เมื่อ 2 มี.ค. 2515 ชลประทานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เสนอประมาณการซ่อมปรับปรุงทำนบดินห้วยจิบแจงเป็นเงิน 157,000.-บาท (แต่ไม่มีแบบรายละเอียดการซ่อมประกอบ) ซึ่งกรมชลประทานก็ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนดังกล่าวให้ชลประทานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปดำเนินการซ่อมต่อไปแต่เมื่อ 12 ก.ค. 2515 ชลประทานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วิทยุแจ้งมาทางกองชลประทานราษฏษ์ว่า ในท้องที่จังหวัดขอนแก่นมีฝนตกหนักไม่สามารถจะดำเนินการซ่อมแซมทำนบดินห้วยจิบแจงได้ ประกอบกับเมื่อได้ทำการสำรวจรายละเอียดผังบริเวณคันดินดูแล้ว ปรากฏว่าเป็นงานขนาดใหญ่ จะต้องทำการสำรวจรายละเอียดอีกมาก จึงขอเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน 157,000.-บาท ที่โอนไปให้ทำการซ่อมแซมทำนบดินห้วยจิบแจงนั้น มาทำการสำรวจรายละเอียดเพิ่มเติม แต่เนื่องจากเป็นการใช้เงินผิดประเภท ประกอบกับเป็นระยะเวลาใกล้จะสิ้นปีงบประมาณ ไม่สามารถจะขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปดำเนินการสำรวจได้ทัน จึงระงับการซ่อมแซมและการสำรวจรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ก่อน
      ต่อมากรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือ มท.0806/1435 ลว. มี.ค. 2516 ถึงกรมชลประทานแจ้งว่ากรมโยธาธิการมีแผนงานจะจัดหาแหล่งน้ำดิบเพิ่มเติมสำหรับการประปาน้ำบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยในปี 2525 ต้องการใช้น้ำดิบในอัตราวันละประมาณ 10,000 ม.3 จึงขอทราบความคิดเห็นของกรมชลประทานว่าควรจะให้กรมโยธาธิการใช้แหล่งน้ำจากที่ใด จึงจะเหมาะสมเกี่ยวกับเรื่องนี้
ชลประทานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้พิจารณาแล้วรายงานตามบันทึก ลว. 29 พ.ค. 2516 ว่าควรใช้น้ำจากบึงแก่งละว้า ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่อยู่ติดกับลำน้ำชี ในฤดูฝนน้ำจากแม่น้ำชีจะไหลเข้ามาท่วมในบึง ส่วนในฤดูแล้งน้ำจะไหลออกทางห้วยจิบแจงและห้วยละว้า ซึ่งทางอำเภอบ้านไผ่และราษฏรได้สร้างทำนบดินปิดกั้นลำห้วยทั้งสองไว้แล้ว แต่ไม่สามารถจะต้านทานกระแสน้ำได้ จึงขาดพังต้องซ่อมกันทุกปี บึงแก่งละว้าเป็นบึงขนาดใหญ่มีน้ำขังอยู่ตลอดปี ปัจจุบันการประปาบ้านไผ่ได้วางท่อประปายาว 15 กม. จากบึงแก่งละว้าไปยังที่ทำการประปาบ้านไผ่ และสูบน้ำจากบึงแก่งละว้าใช้ในการประปาอยู่แล้ว จึงเห็นควรปรับปรุงบึงแก่งละว้าเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อรับการขยายกิจการประปาบ้านไผ่ของกรมโยธาธิการต่อไป
      ต่อมาทางกองชลประทานราษฏษ์ได้พิจารณาในรายละเอียดแล้ว เห็นสมควรดำเนินการตามหลักการที่ทางชลประทานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสนอ แต่กรมชลประทานยังไม่ได้ตอบชี้แจงรายละเอียดกับเรื่องให้กรมโยธาธิการทราบเพราะเห็นว่าการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการประปาอยู่นอกเขตงานทางกรมชลประทาน อย่างไรก็ดีการประชุมหารือในเรื่องนี้ระหว่างกองที่เกี่ยวข้องคือ กองชลประทานราษฏษ์ กาองวิชาการ กองแผนงาน และชลประทานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่องวันที่ 18 มี.ค. 2517 ที่ประชุมมีมติให้กรมชลประทานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำการสำรวจเบื้องต้นเพิ่มเติมและจัดทำรายงานการพิจารณาดครงการเบื้องต้นส่งให้กองวิชาการเพื่อให้กองวิชาการทำหนดรายละเอียดขั้นออกแบบเมื่อออกแบบคิดราคางานแล้วจะได้เสนอกรมชลประทานพิจารณาสั่งการตอบกรมโยธาธิการต่อไป
       ต่อมากรมชลประทานได้ทำการออกแบบอ่างเก็บน้ำแก่งละว้าเรียบร้อยแล้วและเริ่มเปิดดำเนินการก่อสร้างงานเบื้องต้นคือ งานปลูกบ้านพักและที่ทำการในปีงบประมาณ 2526 และเปิดประมูลงานก่อสร้างในปีงบประมาณ 2526 เริ่มลงมือก่อสร้างตั้งแค่เดือน กันยายน 2526 กำหนดแล้วเสร็จในเดือน กันยายน 2528 รวมระยะเวลาก่อสร้าง720 วัน
วัตถุประสงค์       โครงการอ่างเก็บน้ำบึงแก่งละว้า จัดสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำรุญเพื่อจัดหาแหล่งน้ำดิบให้สำหรับการขยายกิจการประปาอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ตามที่กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทยขอความร่วมมือมาทางกรมชลประทาน
      ประกอบเพื่อจะเก็บน้ำไว้ให้ราษฏรและสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งตามรายงานของจังหวัดอ้างว่ามีบ้านเรือนของราษฎรที่อาศัยอยู่ใช้น้ำจากบึงแก่งละว้ารวม 40 หมู่บ้านใน 4 ตำบล จะได้อาศัยน้ำในการอุปโภคและเกษตรเล็กๆ น้อย ๆ (สำหรับการใช้น้ำในการเกษตรนั้นราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณรอบๆ อ่างอาจชักน้ำจากอ่างไปใช้ได้โดยวิธีการสูบ วิด สาด หรือวิธีการอย่างอื่นที่ราษฎรจะต้องจัดทำขึ้นเอง
ที่ตั้งและลักษณะบึง
      บึงแก่งละว้าตั้งอยู่ประมาณเส้นรุ้งที่ 16 - 11- 11 เหนือ เส้นแวงที่ 102 - 41 -19 ตะวันออกอยู่ในเขต ต.บ้านเป้า อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ้านไผ่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะทางประมาณ 12 กม. เป็นบึงขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 10 กม.2 อยู่ทางฝั่งขวาของลำน้ำชีและมีน้ำขังตลอดปี ส่วนยาวที่สุดของบึง ประมาณ 11 กม. ส่วนกว้างที่สุดประมาณ 3 กม. บึงนี้มีโอกาสรับน้ำเข้าบึง 2 ทาง ทางหนึ่งจากลำห้วยธรรมชาติ และทางหนึ่งแม่น้ำชี ลำห้วยสำคัญที่รับน้ำลงสู่บึงมีอยู่ 3 สาย คือ
      ห้วยหนองเอียน ห้วยเมืองเพีย และห้วยบ้านเป้า กับมีทางน้ำสายสำคัญที่ไหลออกจากบึงลงสู่ลำน้ำชีร่วม 2 สาย คือ ห้วยจิบแจง ห้วยปากผีแป้ง โดยทั่วไปในฤดูแล้งจะมีน้ำขังอยู่ในบึงประมาณระดับ 156.50 ม. (ร.ท.ก.)คิดเป็นความจุของน้ำประมาณ 19 ล้าน ม.3 และมีพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 10 กม.2
      สภาพการขึ้นลงของน้ำในบึงส่วนใหญ่อาศัยน้ำต้นทุนจากลำห้วยทั้ง 3 สาย ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น และในบางปีที่น้ำในลำน้ำชีไหลลากมามากก็จะเอ่ยล้นตลิ่งในเขตอำเภอชนบท (ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือน้ำ) แล้วไหลลงหนองกองแก้ว และไหลบ่าไปลงบึงแก่งละว้าด้วย รวมทั้งเอ่ยล้นท่วมของแม่น้ำชีเข้ามาในบึงแก่งละว้าทางตอนล่างอีกทางหนึ่ง แต่ปีใดที่น้ำในแม่น้ำชีมีน้อยน้ำจากแม่น้ำชีก็จะไม่ไหลบ่าเข้ามาในบึง แต่น้ำในบึงจะไหลออกตามลำห้วยจิบแจง และห้วยปากผีแป้ง ด้วยเหตุนี้ทางอำเภอและราษฎรจึงช่วยกันปิดทำนบห้วยจิบแจง และห้วยปากผีแป้ง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง แต่เนื่องจากทำนบดังกล่าวไม่มั่นคงแข็งแรงประกอบกับในฤดูน้ำหลากมีน้ำไหลลงบึงมากทำนบดังกล่าวจึงพังเสียหายในฤดูน้ำหลากทุกปี พื้นที่รับน้ำลงบึงแก่งละว้าส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.ชนบท และ อ.บ้านไผ่ โดยการวัดจากแผ่นที่มาตราส่วน 1 : 50,000 ปรากฏว่าพื้นที่รับน้ำลงบึงมีประมาณ 946.25 กม.2
สภาพทางธรณีวิทยา และสภาพดิน
      สภาพทางธรณีวิทยาโดยทั่วไปพื้นอ่างเก็บน้ำบึงแก่งละว้า งานสำรวจทางกรณีวิทยาได้เจาะสำรวจบริเวณแหล่งวัสดุก่อสร้างขุดบ่อดิน Test Pit เก็บตัวอย่างดิน ลอกทดลองหาความแน่นของชั้นดิน พร้อมทั้งทดลองการรั่วซึมของน้ำในฐานทด บริเวณที่ทดลองได้แก่อาคารชลประทานและเจาะสำรวจตามแนวศูนย์กลาง ทำนบดินที่จะสร้าง โดยเริ่มจากในปีงบประมาณในปี 2519 เจาะสำรวจตามแนวทำนบดิน 15 หลุม และปีงบประมาณ 2520 เจาะสำรวจตามแนวทำนบดิน 16 หลุม แหล่งบ่อยืมดิน 1 แปลง ซึ่งงานเจาะสำรวจได้เสร็จเรียบร้อยแล้วในปีงบประมาณ 2520 (ตามรายงานสำรวจปถพีวิทยา ลว. 13 ก.ย. 2520)
      การเจาะ Borrow Area ใช้สว่ามือหมุน (Hsnd Auger) เจาะห่างจากศูนย์กลางทำนบดินประมาณ 300 เมตร เจาะห่างกันหลุมละ 200 เมตร โดยประมาณความลึกเฉลี่ยหลุมละ 3.00 เมตร ดินที่พบส่วนใหญ่มี 3 ชนิด คือ ดินเหนียว (CL) ดินตะกอน (ML) ดินตะกอนปนทราย (ML-GM)
สภาพทางอุทกวิทยา
สภาพฝน
      ฝนที่ตกในเขตลุ่มน้ำบึงแก่งละว้า ส่วนใหญ่เป็นฝนเนื่องมาจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะมีฝนชุกในระหว่างเดือน พ.ค.-ต.ค. ส่วนฝนเนื่องมาจากอิทธิพลของลมจรนั้นมีโอกาสได้รับบ้างเป็นครั้งคราว แต่โอกาสจะได้รับฝนเนื่องจากอิทธิพลของลมจร น้อยมากจากการศึกษาสถิติน้ำฝนปรากฎว่า โอกาสที่ลุ่มน้ำนี้จะได้รับอิทธิพลของฝนเนื่องมาจากลมจรประมาณ 16 % และส่วนใหญ่จะได้รับในเดือน กันยายน
      โดยที่พื้นที่รับน้ำลงอ่างเก็บน้ำบึงแก่งละว้า ส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.ชนบท จ.ขอนแก่น แทบทั้งหมด ฉะนั้นในการคำนวณปริมาณน้ำไหลลงอ่างจึงได้อาศัยสถิติน้ำฝนที่ อ.ชนบท เป็นเกณฑ์การคำนวณสถิติน้ำฝนที่ อ.ชนบท ระหว่างปี พ.ศ. 2450-2404 ซึ่งตรวจสอบโดยกรมอุตุนิยมวิทยาเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 1,127.2 มม. จำนวนวันที่ฝนตกเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 60 วัน
สภาพน้ำท่า
      ตามที่กล่าวแล้วว่าบึงนี้มีโอกาสได้รับน้ำ 2 ทาง คือ จากลำห้วยหนองเอียน ห้วยเมืองเพีย และห้วยบ้านเป้าทางหนึ่ง กับน้ำที่ไหลบ่าตลิ่งเข้ามาจากลำน้ำชีอีกทางหนึ่งแต่น้ำที่ได้รับในกรณีหลังนี้จะมีเฉพาะในปีที่มีน้ำไหลหลากมาในลำน้ำชีมากเท่านั้น จากการศึกษาสถิติจะดับน้ำในลำน้ำชีปรากฏว่าในรอบ 12 ปี บึงนี้จะได้รับน้ำที่ไหลบ่าเข้ามาจากลำน้ำชีเพียง 5 ปี ดังนั้นจึงพอกล่าวได้ว่าน้ำต้นทุนหลักที่จะ Supply น้ำให้บึงแก่งละว้าได้โดยแน่นนองคือลำห้วย 3 สาย ดังกล่าว จากการศึกษาสภาพน้ำปรากฏน้ำโอกาสที่จะมีน้ำไหลลงบึงจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนคือระหว่างเดือน พ.ค.- ต.ค. และเดือนที่มีน้ำไหลลงบึงมากที่สุดคือเดือนกันยายน
      ซึ่งเป็นเดือนที่มีฝนตกซุกที่สุด ส่วนน้ำในปีจะทรงอยู่ได้นายเท่าใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับอิทธิพลของน้ำชี ตามปกติระดับน้ำในลำน้ำชีจะเกิดน้ำนองข้ากว่าบึงประมาณ 15 วัน โดยทั่วไประดับน้ำในแม่น้ำชีจะค่อยๆ เริ่มลดลงตั้งแต่ประมาณกลางเดือนตุลาคม เป็นต้นไป ส่วนน้ำในบึงจะเริ่มไหลออกจากบึงประมาณเดือนพฤศจิกายน และไหลไปเรื่อยๆ ตามธรรมชาติจนกว่าระดับน้ำในบึงจะมีระดับเท่ากับระดับทางน้ำไหลออกน้ำจึงจะหยุดไหลและจะเริ่มมีน้ำไหลลงบึงอีกครั้งหนึ่งในฤดูฝน
การพิจารณาโครงการ
      พิจารณาจากรายละเอียดเค้าโครงทั่วไปของอ่างเก็บน้ำน้ำบึงแก่งละว้า ซึ่งมีลักษณะดังนี้
- พื้นที่รับน้ำลงอ่าง 946.25 กม.2
- ฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,127.20 มม.
- อัตราการระเหยเฉลี่ยทั้งปี 1,378.00 มม.
- ปริมาณน้ำไหลลงอ่างในบึงประมาณฝนตกในเกณฑ์เฉลี่ย 178.80 ล้าน ม.3
- ความจุของอ่างที่ระดับเก็บกัก 36.00 ล้าน ม.3
- ความจุของน้ำที่ Dead Storge 1.00 ล้าน ม.3  - ระดับสันทำนบ 159.50 ม. (รทก.)  - ระดับเก็บกัก 156.00 ม. (รทก.)
- ระดับ Dead Stirage 152.00 ม. (รทก.)
- ระดับกันบึง 149.27 ม. (รทก)
- ระดับน้ำสูงสุด 152.62 ม. (รทก.)
- ส่วนสูงที่สุดของทำนบประมาณ 13.90 ม.
- ความยาวของตัวทำนบประมาณ 668.25 กม.
- พื้นที่ผิวอ่างที่ระดับเก็บกัก 12,200 ไร่
- พื้นที่ผิวอ่างที่ระดับ 1,100 ไร่
- มีน้ำพอส่งให้กิจการประปาได้สูงสุดวันละ 99,000 ม.3/วัน
ลักษณะของโครงการ รายละเอียดโครงการ
Rating Curve
โครงการนี้จะประกอบด้วยลักษณะงานดังต่อไปนี้
ที่ตั้งที่ทำการ
(แบบแผนผังบริเวณเลขที่ 53337) ตั้งอยู่บ้านโคกสำราญ ต.โคกสำราญ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มีที่ทำการและบ้านพักดังนี้
ที่ทำการบ้านพักถาวร
- บ้านพักข้าราชการระดับ 1-2 ชนิด 2 ครอบครัว 1 หลัง
- บ้านพักคนงาน 4 ครอบครัว 1 หลัง
ที่ทำการบ้านพักโรงเรือนชั่วคราว
- ที่ทำการขนาด 200 ม.2 1 หลัง
- สถานที่สื่อสาร ขนาด 40 ม.2 1 หลัง
- โรงพัสดุ ขนาด 72 ม.2 1 หลัง
- โรงไฟฟ้า ขนาด 37.5 ม.2 1 หลัง
- คลังน้ำมัน ขนาด 32.0 ม.2 1 หลัง
- บ้านพักข้าราชการระดับ 5-6 1 หลัง
- บ้านพักข้าราชการระดับ 3-4 4 หลัง
- บ้านพักข้าราชการระดับ 1-2 ชนิด 2 ครอบครัว 3 หลัง
- บ้านพักคนงานชนิด 10 ครอบครัว 1 หลัง
- บ้านพักคนงานชนิด 6 ครอบครัว 1 หลัง
ทำนบดิน
แบบหมายเลข 63213,63214,63215,63216,63217,63217 และ 63218
- ลักษณะของทำนบดินเป็นชนิด Homogeneoue Type
- สันทำนบดินกว้าง 6.00 เมตร ยาว 7 / 668.25 กม.
- ลาดด้ายเหนือน้ำ 1 : 3 ลง Bedding 0.30 ม. แล้วปิดด้วยหินทิ้งหนา 0.50 เมตร ตามลำดับ
- ลาดด้านท้ายน้ำ 1 : 2.5 ลง Bedding หนา 0.15 แล้วปิดด้วยหินทั้ง 0.40 เมตร ตามลำดับ
- หลังทำนบราดยางชนิด Double Surfcce Treatment - ความสูงทำนบดินเฉลี่ยประมาณ 5.00 เมตร
- ไม่มีระบบส่งน้ำ
อาคารประกอบทำนบดินต่างๆ
อาคารทิ้งน้ำ (River Outlet) แบบหมายเลข 63231,63232,63233,63234,63235 และ 63236 สร้างที่ กม. 1 / 270

- ลักษณะอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
- เป็นท่อสี่เหลี่ยมขนาด 1.50 / 1.50 เมตร
- มีบานปิดเปิดสามารถระบายน้ำได้สูงสุด 14 ม.3/วินาท
ี - ธรณีท่ออยู่ที่ระดับ / 152.00 รทก.

อาคารทางระบายน้ำล้น (Servicc spillway)
แบบหมายเลข 63219,63221,63221,63222,63223,63224,63225,63226,63227 และ 63228 สร้างที่ กม. 1 / 670
- ลักษณะอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
- จัดทำเป็นชนิด Overflow Spillway
- ระบายน้ำได้สูงสุด 84 ม.3 / วินาที
- ขนาดท่อส่ง 4.70 / 4.70 เมตร 3 ท่อ
ทางระบายน้ำฉุกเฉิน (Emergency Spillway)
แบบหมายเลข 63229,63230 สร้างที่ กม. 1 / 670 และ กม. 4 / 800
- ลักษณะอาคารเป็นหินก่อที่ดาดทั้ง 2 ข้าง และหินเรียงที่พื้น 2 ข้าง
- จัดทำเป็นชนิด (Broard Crest Weir)
- ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 2,920 เมตร
ประโยชน์ที่จะได้รับ
เมื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบึงแก่งละว้าเสร็จแล้วจะได้รับประโยชน์ดังนี้
- ใช้เป็นแหล่งน้ำดิบของกิจการประปา อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยกำหนดอัตราการจ่ายให้ 99,000 ม.3/วัน น้ำจำนวนนี้รวมทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของราษฎรในเขตเทศบาล
- ใช้เป็นแหล่งแพร่-เพราะและขยายปลาน้ำจืด รวมทั้งราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจะได้ใช้เป็นแหล่งจับปลาได้ด้วย
- ราษฎรและสัตว์ตามหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่รอบหนองสามารถจะอาศัยใช้น้ำในหนองเพื่อการอุปโภคบริโภค ในฤดูแล้ง - ประโยชน์โดยทางอ้อม - ราษฎรที่อาศัยอยู่รอบๆ หนองสามารถจะซักน้ำในหนองไปใช้ในการเพาะปลูกในฤดูฝนและฤดูแล้งเท่าที่ปริมาณน้ำต้นทุนจะอำนวย
- อาจใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับโรงงาน และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะตั้งขึ้นในอนาคต
- ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของราษฎรที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง
การดำเนินการก่อสร้าง
       งบประมาณที่ใช้ไปจริงเป็นค่าก่อสร้างซึ่งรวมค่าบริหารโครงการ ค่าคุรุภัณฑ์ ค่างาส่วนประกอบเพื่อการก่อสร้างและค่างานจ้างเหมาก่อสร้างทำนบดินและอาคารประกอบ มีดังนี้
ปีงบประมาณ 2526   เงิน 4,526,655.82 บาท
ปีงบประมาณ 2527   เงิน 11,081,856.90 บาท
ปีงบประมาณ 2528   เงิน 21,026,736.96 บาท