โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่
ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

        โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เป็นโครงการในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การช่วยเหลือและพัฒนาอาชีพเกษตรกรไทยในพื้นที่ห่างไกล ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และแสดงออกถึงความสามัคคีของบุคคลในโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดการแต่งกายสำหรับเจ้าหน้าที่ดังนี้


หลักการและเหตุผล

        การใช้เทคโนโลยีการเกษตร หรือนวัตกรรมที่เหมาะสม เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการพัฒนาการเกษตร ที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างแรงจูงใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจการผลิตภาคการเกษตรโดยจำเป็นต้องมีการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรวิจัยและพัฒนาภาคการเกษตรที่เป็นแหล่งบริการความรู้เฉพาะด้านกับเกษตรกรเป้าหมาย ที่จะต้องนำความรู้ วิทยาการใหม่ และการบริการทางวิชาการโดยอาศัยช่องทาง(Channel) ต่างๆ ที่สามารถให้บริการตรงตามความต้องการ และทันเหตุการณ์ การจัดตั้งคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้การบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีบรรลุผลสำเร็จตามที่มุ่งหวังเร็วขึ้น ซึ่งการดำเนินงานในรูปแบบนี้จะเป็นการบูรณาการนักวิชาการแต่ละสาขา ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน ฯลฯ โดยอาสัยเครื่องมืออุปกรณ์เข้าช่วยในการปฏิบัติงาน ซึ่งสามารถเคลื่อนที่เข้าไปได้ทุกจุด สร้างแรงดึงดูดใจจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่เป้าหมาย เป็นการกระตุ้นเกษตรกรให้ตื่นตัว และยอมรับวัตกรรมใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี
        กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความปลื้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงมีต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวโรกาสอันเป็นมงคลยิ่งที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในพุทธศักราช 2545 จึงขอพระราชานุญาตุจัดทำโครงการคลินิกเคลื่อนที่ กราบบังคมทูลถวาย และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับโครงการดังกล่าวไว้ในพระราชานุเคราะห์ และทรงพระราชทานพระราชานุญาตุอัญเชิญพระนามภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตรสสัญลักษณ์โครงการ


วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้งานวิจัยพัฒนาและงานบริการ วิชาการจัดการไร่นา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เป้าหมายที่มีศักยภาพการผลิต สำหรับช่วยสนับสนุนกระบวนการบริการงานเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิ ภาพการผลิตของเกษตรกร และช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้เกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว และช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคได้อย่างรวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์
2. เพื่อสร้างและพัฒนาความรวมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสสริม และสูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการรณรงค์ฟื้นฟูเกษตรกร และการแก้ปัญหาร่วมกัน

เป้าหมาย
1.ให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกร ตามความต้องกรและความเหมาะสมของพื้นที่ รวมทั้ง การแก้ไขปัญหาร่วมกัน
2. เสริมสร้างความรู้และฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรหรือนวัตกรรมที่เหมาะสมแก่เกษตรกร


แนวทางการดำเนินงาน
แนวทางการดำเนินงานตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ประกอบด้วย
การเตรียมทีมงาน
        จัดเตรียมทีมคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ โดยการบูรณาการและพัฒนานักวิชาการประจำศูนย์ฯ/สถานีฯ ทางวิชาการทางด้านพืชปศุสัตว์ประมง พัฒนาที่ดิน ชลประทานฯลฯ เพื่อปรับฐานคติ และค่านิยม ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดความมุ่งมั่นเสียสละในอาชีพให้การบริการเกษตรกร รักงานรักการช่วยเหลือและมีส่วนร่วมและรักการให้บริการ เป็นการเพิ่มพูนศักยภาพในลักษณะการบูรณาการและการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน ที่ยึดเกษตรกรแต่ละชุมชนในพื้นที่เป้าหมายเป็นสำคัญ เพื่อให้เกิด
- ความรู้ตามหลักวิชาการ "การถ่ายทอดเทคโนโลยี" ที่จะต้องนำไปประยุกต์ใช้ไปปฏิบัติในสภาพเป็นจริง ตามภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติและรับผิดชอบ
- ความเข้าใจให้รู้เหตุผลหลักการแนวทางขั้นตอนการปฏิบัติงานของโครงการ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ทัศนคติที่จะต้องเสริมสร้างให้เกิด "ความรู้สึก" ที่มั่นคงในตนเองของผู้ปฏิบัติงานการให้บริการ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

- ทักษะที่จะต้องฝึกฝนให้เดเป็นความชำนาญจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งทักษะทางเทคนิค ทักษะทางความคิด และทักษะทางมนุษยสัมพันธ์โดยตรง
- บุคลิกที่เกื้อกูลต่อตนเอง และต่อความรู้สึกของเกษตรกรเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ การสร้างเครือข่ายและการให้บริการวิชาการในการจัดการไร่นาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี

การกำหนดพื้นที่ปฏิบัติงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่
         ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แบ่งตามเขตการตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 12 เขต
- การศึกษาวิเคราะห์ปัญหาสภาพพื้นที่
ก่อนที่จะเริ่มดำเนินงาน จำเป็นต้องศึกษาเพื่อเตรียมข้อมูลพื้นฐานทางวิชาการพิจารณาสภาพการผลิต สำหรับใช้ในการกำหนดรูปแบบการให้บริการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งต้องคำนึงถึงลักษณะของปัญหาที่แท้จริงเป็นสำคัญ ทำการศึกษาเพื่อวิเคราะห์ความจำเป็นเร่งด่วน และค้นหาสาเหตุของปัญหา เช่นปัญหาด้านการผลิตการแปรรูป การเก็บรักษาผลผลิต ฯลฯ เพื่อรวบรวมและนำเสนอปัญหาต่อการเกษตร ให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง

- การจัดลำดับความต้องการและปัญหาของเกษตรกร
ดำเนินการจัดให้เกษตรกรได้มีการเสวนาแลกเปลี่ยนข้อมูล และชี้แนะหรือหว่านล้อมให้เกษตรกรอยากแก้ปัญหาร่วมกัน โดยให้เกษตรได้รับทราบและพิจารณาว่า ปัญหาด้านการผลิตใดที่ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน และต้องเร่งรัดฟื้นฟูมากที่สุด ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องดำเนินการแก้ไขก่อนปัญหาอื่นตามความต้องการของเกษตรกร ทั้งนี้จะต้องกำหนดเป็นปฏิทินการปฏิบัติงานให้บริการทางการเกษตรและเสริมสร้างความรู้แต่ละพื้นที่ต่อไป

- การจัดตั้งคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมาย
จัดตั้งหน่วยปฏิบัติงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ประจำจังหวัดเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมาย โดยในปีงบประมาณ 2545 (กรกฎาคม-กันยายน 2545) ดำเนินการใน 12 เขต ตรวจราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั่วประเทศเขตละ 1 ครั้ง ต่อเดือนต่อเขต รวม 72 ครั้ง

รายละเอียดรูปแบบของกิจกรรมคลินิกเกษตรเคลื่อนที่
        รูปแบบของกิจกรรมเกษตรเคลื่อนที่ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ
กิจกรรมหลัก
        กิจกรรมด้านคลินิก ได้แก่ การให้คำปรึกษาตรวจวิเคราะห์และวินิจฉัย และให้บริการโดยใช้อุปกรณ์และเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการ
1. คลินิกพืช โรค แมลง สัตว์ศัตรูพืช วัชพืช สารพิษตกค้าง การขาดธาตุอาหารพืชวัตถุมีพิษการเกษตร
2. คลินิกสัตว์ โรค ควบคุมบำบัดโรคสัตว์ ตรวจรักษาพยาบาลสัตว์ ฉีดวัคซีนผสมเทียม ผ่าตัดทำหมันสัตว์ วิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์ ชีวภัณฑ์และเวชภัณฑ์เพื่อใช้ในงานป้องกันและกำจัดโรคสัตว์
3. คลินิกประมง โรคสัตว์น้ำ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คุณภาพน้ำ
4. คลินิกดินและปุ๋ย วิเคราะห์และตรวจสอบดินและปุ๋ย
กิจกรรมเสริม
กิจกรรมการเสริมสร้างความรู้ การฝึกอบรม และจัดนิทรรศการ
1. ฝึกอบรม เช่น บัญชีฟาร์ม ความรู้ทางการเกษตรต่างๆ
2. นิทรรศการ
3. อื่นๆ เช่นการให้คำแนะนำและปรึกษา การรับทราบปัญหา การพัฒนาแหล่งน้ำ กฎหมายด้านการเกษตร การแนะนำข้อกฎหมาย ส.ป.ก. เป็นต้น

การบริหารจัดการโครงการ
        ในการบริหารจัดการโครงการคลินิกเกษตรเกษตรเคลื่อนที่ ได้จัดแบ่งโครงสร้างการบริหารออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
ส่วนกลาง         กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีคำสั่งที่ 169 (ก)/2545 ลงวันที่ 3 เมษายน 2545 แต่ง ตั้งคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามสยามมกุฎราชกุมาร องค์ประกอบ
- ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธาน
- รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธาน
- อธิบดีกรมชลประทาน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นคณะกรรมการ
- ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝายกิจการพิเศษ เป็นคณะกรรมการและเลขานุการ
- ผู้อำนวยการกองแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
หน้าที่
- ประสานงานอำนวยการ และกำกับดูแลการปฏิบัติงานของโครงการ
- พิจารณาแผนปฏิบัติงาน และรายละเอียดกิจกรรม และพื้นที่เป้าหมายการดำเนินงาน
- ติดตามประเมินผล และรายงานผลการปฏิบัติตามโครงการ
- ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมาย
ระดับภาค
        จัดตั้งศูนย์ประสานงานในระดับภาค โดยดำเนินการในลักษณะกรรมการ และมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขตในภาค 1ท่าน ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ระดับภาคและ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เขตภายในภาค เป็นกรรมการ หน่วยงานสนับสนุนเป็นกรรมการ โดยมีหน่วยงานหลักเป็นกรรมการและเลขานุการ
หน้าที่ศูนย์ประสานงานระดับภาค
- อำนวยการและประสานการดำเนินงาน ตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพื้นที่รับผิดชอบระดับภาค
- จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง ของจังหวัดที่สำคัญจะดำเนินการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่
- สรุปรายงานความก้าวหน้า และปัญหาอุปสรรคเสนอคณะกรรมการโครงการเป็นระยะๆ
- ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการฯ มอบหมาย
        ทั้งนี้ได้กำหนดหน่วยงานหลัก หน่วยงานสนับสนุนในศูนย์ประสานงาน ระดับภาค ดังนี้
        ศูนย์ประสานงานภาคกลาง มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร (สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 5 จังหวัดชัยนาท) รับผิดชอบดูแลครอบคลุมเขตการตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 4 เขต คือ เขต 1,2,3 และ 4 รวม 26 จังหวัด
- หน่วยงานหลัก
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 5 จังหวัดชัยนาท

- หน่วยงานสนับสนุน
สำนักงานส่งเสริมการเกษตรภาคกลาง จังหวัดชัยนาท
สำนักงานส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออก จังหวัดชัยนาท
สำนักงานส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1,2 และ 10
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 6
สำนักงานปศุสัตว์เขต 1,2 และ 7
สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ภูมิภาคที่ 1,2,3 และ 4
ผู้ตรวจราชการกรมประมงเขต 1,2,3 และ 4
เขตเกษตรเศรษฐกิจที่ 7,14,15,16,17,18,19 และ 20


         ศูนย์ประสานงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มอบให้กรมปศุสัตว์(สำนักงานปศุสัตว์เขต 4 จังหวัดขอนแก่น) รับผิดชอบดูแล ครอบคลุมเขตการตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3 เขต คือ เขต 5,6 และ 7 รวม 19 จังหวัด
- หน่วยงานหลัก
สำนักงานปศุสัตว์เขต 4 จังหวัดขอนแก่น

- หน่วยงานสนับสนุน
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 3
สำนักงานส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3,4 และ 5
สำนักงานปศุสัตว์เขต 3
สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ภูมิภาคที่ 5,6 และ 7
ผู้ตรวจราชการกรมประมงเขต 5,6 และ 7 เขตเกษตรเศรษฐกิจที่ 1,2,3,4,5 และ 6
         ศูนย์ประสานงานภาคเหนือ มอบหมายงานให้กรมส่งเสริมการเกษตร (สำนักงานส่งเสริมการเกษตรภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่) รับผิดชอบดูแล ครอบคลุมเขตการตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3 เขต 8,9 และ 10 รวม 17 จังหวัด
- หน่วยงานหลัก
สำนักงานส่งเสริมการเกษตรภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่

- หน่วยงานสนับสนุน
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6,7,8 และ 9
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 1 และ 2 สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 และ 6
สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ภูมิภาคที่ 8,9 และ10
ผู้ตรวจราชการกรมประมงเขต 8,9 และ10 เขตเกษตรเศรษฐกิจที่ 7,8,9,10,11,12, และ 13
        ศูนย์ประสานงานภาคใต้ มอบหมายงานให้กรมประมง (สำนักงานประมงจังหวัดสงขลา ผู้ตรวจราชการกรมประมงเขต 12) รับผิดชอบดูแล ครอบคลุมเขตการตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 เขต คือ เขต 11 และ 12 รวม 14 จังหวัด
- หน่วยงานหลัก
สำนักงานประมงจังหวัดสงขลา
ผู้ตรวจราชการกรมประมงเขต 12
- หน่วยงานหลัก
สำนักงานส่งเสริมเกษตรภาคใต้ จังหวัดสงขลา
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 11 และ 12
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 7 และ 8
สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 และ 9
สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ภูมิภาคที่ 11 และ 12
ผู้ตรวจราชการกรมประมงเขต 11 และ 12
เขตเกษตรเศรษฐกิจที่ 21,22,23 และ 24
ระดับจังหวัด
         ให้มีคณะกรรมการโครงการระดับจังหวัดโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานหน่วยงานในจังหวัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด เป็นกรรมการ เกษตรจังหวัด เป็นเลขานุการฯ ทำหน้าที่
1. กลั่นกรองคัดเลือกตำบลที่จะดำเนินการคลินิกเกษตรฯ
2. กำกับดูแล รวมทั้งติดตามและนิเทศการปฏิบัติงานตามโครงการ บทบาทภารกิจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกลาง
1. สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานอำนวยการ และประสานการดำเนินโครงการ
2. กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานวิเคราะห์ปัญหาชุมชน จัดเตรียมความพร้อมชุมชน และประสานการโครงการ
3. กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติงานโครงการ
ระดับเขตตรวจราชการ
1. ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่รับผิดชอบเขตจังหวัดปฏิบัติงานในพื้นที่ ทำหน้าที่กำกับดูแล กำหนดเป้าหมายพื้นที่ปฏิบัติงานสนับสนุนการปฏิบัติงานและติดตามผลในพื้นที่เป้าหมาย
2. ผู้ตรวจราชการระดับกรม ที่รับผิดชอบเขตจังหวัดปฏิบัติงานในพื้นที่แต่ละเขตโดยทำหน้าที่ประสานงาน จัดเตรียมทีมงาน เพื่อทำหน้าที่ให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในลักษณะบูรณาการ หน่วยงานศูนย์ฯ/ สถานีฯ ทางวิชาการ ทางด้านพัฒนาที่ดิน พืช ปศุสัตว์ชลประทาน และผู้เกี่ยวข้อง
ส่วนจังหวัด
1. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เป็นหน่วยงานอำนวยการ และประสานการปฏิบัติงาน
2. สำนักงานเกษตรจังหวัด เป็นหน่วยงานศึกษาวิเคราะห์ปัญหาสภาพชุมชนคัดเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานโครงการ ประชาสัมพันธ์ และเตรียมพร้อมชุมชน
3. หน่วยงานปฏิบัติคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ส่วนภูมิภาคระดับจังหวัดจังหวัด (เกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด ประมงจังหวัด ชลระทานจังหวัด สถานีพัฒนาที่ดิน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ นิเทศการปฏิบัติงานจัดทำข้อมูลสำหรับคลินิกระดับจังหวัด เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลเกษตรกรรายบุคคล จัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการ กำกับดูแล สนับสนุนการปฏิบัติงาน และติดตามผลในพื้นที่เป้าหมาย

รายละเอียดขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน
         การเตรียมการก่อนเปิดคลินิก
- การประชุมคณะกรรมการเตรียมพื้นที่ปฏิบัติงานระดับจังหวัด
        ประชุมคณะกรรมการโรงการระดับจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เกษตรและสหกรณ์จังหวัด เกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด ประมงจังหวัด หัวหน้าสถานีพัฒนาที่ดิน ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ฯลฯ เพื่อพิจารณาการจัดตั้งหน่วยปฏิบัตงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของเป้าหมายการปฏิบัติงานโครงการจัดทำผฏิทินการเตรียมการ พิจารณามอบหมายผู้รับผิดชอบของแต่ละส่วนราชการ โดยจะต้องพิจารณาจัดประชุมคณะกรรมการฯ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ก่อนกำหนดเปิดคลินิกเกษตร
- การกำหนดพื้นที่ตำบลปฏิบัติงาน
        การคัดเลือกตำบลพื้นที่ตำบลปฏิบัติงาน คณะกรรมการระดับจังหวัดดำเนินการคัดเลือก โดยพิจารณาจากเกณฑ์ดังนี้
        - เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาด้านการเกษตรที่หลากหลายและรุนแรง         - เป็นความต้องการของเกษตรกรภายใต้การดำเนินงานของศูนย์บริการและถ่ายทอดฯ จะต้อง
        1. สำรวจข้อมูลพื้นฐาน และปัญหาทางการเกษตรของตำบล
        2. ส่งความต้องการและข้อมูลดังกล่าวไปยังจังหวัด
เพื่อที่ระดับจังหวัดดำเนินการคัดเลือกครั้งละ 1 จุด ส่งศูนย์ประสานงานภาค
ศึกษาวิเคราะห์สภาพพื้นที่
        หลังจากคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรระดับจังหวัด คัดเลือกตำบลได้แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการของแต่หน่วยงาน จัดทีมเป็นคณะลงไปศึกษาวิเคราะห์ปัญหาสภาพพื้นที่ และจัดลำดับความต้องการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลเป้าหมาย ในลักษณะการศึกษาและประเมิณสภาวะชนบทแบบเร่งด่วนเพื่อให้ทราบข้อมูลหน่วยปฏิบัติงาน
วิธีการ
1) ศึกษาข้อมูลจากศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล
2) ออกสำรวจพื้นที่ สอบถามผู้นำกลุ่มกิจกรรม และเกษตรกรที่ประกอบอาชีพการเกษตรในตำบล
3) คณะเจ้าหน้าที่ผู้สำรวจข้อมูลร่วมกันประเมิน และสรุปประเด็นปัญหาแต่ละด้าน และจัดลำดับความต้องการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร
4) ใช้ระยะเวลาในการศึกษาเท่ากัน ประมาณ 1-2 วัน
การคัดเลือกจุดที่จะตั้งคลินิก
- เป็นจุดศูนย์กลางของตำบล
- การคมนาคมสะดวก
- มีสภาพเหมาะสมที่สามารถอำนวยความสะดวกแก่การเกษตรกรที่จะมารับบริการ
วางแผนการปฏิบัติงาน
        ประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดร่วมกับทีมงานนักวิชาการศูนย์ฯ/ สถานีฯที่ทำหน้าที่บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ระดับเขต เพื่อวิเคราะห์จัดกลุ่มปัญหาเป็น 3 กลุ่มเพื่อรองรับการปฏิบัติงานโครงการ
- กลุ่มปัญหาที่ต้องบริการในห้องปฏิบัติการ เช่น วิเคราะห์ดิน วิเคราะห์โรคพืชโรคสัตว์ สารพิษตกค้างในพืชผัก ฯลฯ
- กลุ่มปัญหาที่ต้องบริการทางเทคนิค เช่น การให้วัคซีน การป้องกันและรักษา การทำหมันสุนัขและแมว ฯลฯ
- กลุ่มปัญหาที่ต้องบริการด้านความรู้ คำแนะนำสาธิตให้เข้าใจ เช่นจัดนิทรรศการ จัดแสดงสาธิตสอดแทรกวิชาการ ฯลฯ
         เมื่อจัดกลุ่มข้อมูลเสร็จสิ้นทีมงานบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ระดับเขตร่วมกันพิจารณาวางแผนจัดเตรียมผู้ปฏิบัติงานให้บริการ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์หรือมีความรู้และทักาะในการให้บริการแต่ละด้าน และอุปกรณ์เครื่องมือ ปฏิบัติงานให้บริการ
         กำหนดวันเวลาปฏิบัติงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ระดับจังหวัดตามระยะเวลาเป้าหมายที่กำหนด
การประสานในระดับพื้นที่
        แจ้งแผนการดำเนินงานโครงการให้นายอำเภอเป้าหมายทราบ         ประสานกับประธานองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อขอความร่วมมือในการเตรียมการด้านสถานที่ โดยพิจารณาเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่นเต้นท์ โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเสียง ฯลฯ การประชาสัมพันธ์
1. ก่อนเปิดคลินิกเกษตร 1-2 สัปดาห์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล นัดประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกทุกหมู่บ้านในตำบลเป้าหมาย เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการให้เข้าใจแนวทางการดำเนินงาน แล้งนำไปแจ้งให้เกษตรกรทุกครัวเรือนทราบ
2. ให้ผู้ประกาศข่าว หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านประชาสัมพันธ์ แจ้งให้เกษตรกรทราบ และเดินทางไปร่วมใช้บริการจากโครงการ
การเตรียมสถานที่และเกษตรกร
         การเตรียมสถานที่ จัดตั้งกองอำนวยการอยู่ด้านหน้า เพื่อเป็นจุดลงทะเบียน และประชาสัมพันธ์
         ควรให้ทุกคลินิก (พืช สัตว์ ประมง ดินและปุ๋ย) อยู่บริเวณใกล้เคียงกันเพื่อความสะดวกแก่เกษตรในการเข้ารับบริการ
        ป้ายคลินิกใช้ชื่อ "คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระบรมราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์" พร้อมประดับธงและตราสัญลักษณ์ของโครงการและในแต่ละหน่วยบริการ ให้มีชื่อตามประเภทของการให้บริการเช่น คลินิกพืช คลินิกสัตว์ คลินิกประมง คลินิกดินและปุ๋ย เป็นต้น
การเตรียมเกษตรกร
        คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล และผู้อำนวยการศูนย์ฯ ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านสมาชิก อ.บ.ต.ในตำบลเป้าหมาย เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ วิธีการรับบริการ การเตรียมตัวของเกษตรกรเข้ามารับบริการ (เช่น นำตัวอย่างพืช ดิน สัตว์ ประมง ที่มีปัญหามาด้วย ฯลฯ) ควรดำเนินการก่อนเปิดคลินิกอย่างน้อย 1 สัปดาห์          ผู้นำแต่ละหมู่บ้านที่ได้รับการประชุมดังกล่าว ชี้แจงเกษตรกรระดับหมู่บ้าน เพื่อการเตรียมเข้ารับบริการ นำปัญหาหรือตัวอย่าง พืช ดิน สัตว์ ประมง เข้ามารับบริการคลินิก
การดำเนินการระหว่างเปิดคลินิก
        การปฏิบัติงานให้บริการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในตำบลเป้าหมายให้บริการแต่ละครั้ง กำหนดเวลา 2-3 วัน โดยมีขั้นตอนดังนี้
วันแรก
การลงทะเบียน
ให้เกษตรกรไปลงทะเบียนที่กองอำนวยการ
- เจ้าหน้าที่สอบถามปัญหาความต้องการของเกษตรกร(ชื่อ ที่อยู่ อายุ อาชีพ ปัญหาทางการเกษตร ความต้องการรับบริการคลินิกพืช สัตว์ ประมง ดินและปุ๋ยความต้องการรับบริการเสริมด้านความรู้ ฝึกอบรม)
- เกษตรกรรับบัตรบริการรับบัตรคิว เพื่อเข้ารับบริการตามคลินิก หรือบริการเสริมด้านความรู้
การให้บริการ
-สำหรับเกษตรกรที่เข้ารับบริการด้านคลินิก เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากสภาพปัญหาและส่งเกษตรกรไปยังหน่วยปฏิบัติงานให้บริการคลินิกเฉพาะด้าน ซึ่งจะประกอบด้วย คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกปศุสัตว์ คลินิกการประมง คลินิกการแปรรูป ฯลฯ ซึ่งคลินิกแต่ละด้านจะมีการกำหนดบัตรในลักษณะแยกสีที่ต่างกัน เพื่อความสะดวกในการให้บริการ
- การส่งเกษตรกรไปยังคลินิกเฉพาะด้านตามบัตรสีที่กำหนด โดยมีนักวิชาการด้านนั้นๆ วินิจฉัยปัญหาเกษตรกรก่อนที่จะส่งไปยังคลินิกย่อย หรือ "คลินิกเฉพาะทาง" เช่นคลินิกด้านพืช จะประกอบคลินิกเฉพาะทาง เช่นคลินิกวิเคราะห์สารพิษ คลินิกโรคพืช คลินิกแมลงศัตรูพืช คลินิกหม่อนไหม คลินิกพืชสวน คลินิกข้าว คลินิกพืชไร่ คลินิกเครื่องจักรกลและคลินิกน้ำหมักชีวภาพเป็นต้น นักวิชาการที่ประจำคลินิกเฉพาะทางจะให้คำปรึกษาแนะนำและให้บริการในเบื้องต้น
กิจกรรมภาคกลางคืน
         สำหรับกิจกรรมกลางคืน อาจจัดหรือไม่ก็ตามความเหมาะสม เป็นกิจกรรมการแสดงที่เป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เกษตรกรสนใจ สอดแทรกสาระวิชาการ รวมทั้งนโยบายสำคัญ การดำเนินงานศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล
วันที่สอง
- ดำเนินการเปิดให้บริการคลินิกเกษตร เช่นเดียวกับวันแรก - พิจารณาดำเนินการอบรมถ่ายทอด สาธิตให้ความรู้ด้านวิชาการเกษตรกรโดยคำนึงถึงปัญหาของเกษตรกรควรให้บริการในรูปการสาธิตและจัดแสดงนิทรรศการความรู้ทางเลือกอาชีพที่เหมาะสมเพิ่มเติมด้านต่างๆ เช่นความรู้ด้านวิชาการเกษตรด้านข้าว พืชไร่ พืชสวน ความรู้ด้านการประมง ความรู้ด้านการปศุสัตว์ ฯลฯ ตามความเหมาะสมของพื้นที่
การประเมินผล
- การประเมินผลด้านการบริการ ประเมินผลในการเข้ารับบริการแต่ละจุดทันทีเมื่อเกษตรกรเข้ารับบริการเรียบร้อยแล้ว เป็นการประเมินด้านความพึงพอใจของเกษตรกรในการเข้ารับบริการ มีปัญหาและอุปสรรคใดบ้าง เพื่อการปรับปรุงและบริการให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
- การประเมินผลด้านวิชาการ โดยศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล เป็นศูนย์กลางการประสานงาน แบ่งเป็น
1. การสรุปประเมินผลปัญหาหลักที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ว่ามีปัญหาทางเกษตรอะไรบ้าง และมอบปัญหาดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปแก้ไข
2. การประเมินผลเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสมว่าปัญหาทางการเกษตรได้รับการแก้ไขหรือไม่ อย่างไร และต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมบ้าง
- การประเมินผลและจัดทำรายงานการปฏิบัติงาน โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ประจำทุกปี
งบประมาณ
- ส่วนราชการพิจารณาให้การสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น กล้องจุลทัศน์ เครื่องฉาย และงบประมาณดำเนินการ
- จัดตั้งกองทุนโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ฯ เพื่อสนับสนุนโครงการตามนโยบาย
การดำเนินการต่อเนื่อง
- หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหา จนกว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลาย
- ดำเนินการพัฒนาเกษตรกรที่มีการจัดการไร่นาให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต
- พัฒนาความเชื่อมโยงและถ่ายโอนเข้าสู่ระบบของการถ่ายทอกเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแบบมีส่วนร่วม เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการทางการเกษตรและการเสริมสร้างความรู้ สำหรับการดำเนินการผลิตต่อไป

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกษตรกรที่ได้รับการบริการสามารถแก้ไขปัญหา หรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นประจำ ได้แก่ การเตรียมพื้นที่ไร่นา การจัดการน้ำ การป้องกันโรคและแมลง ความยากจน และเป็นหนี้สินโดยการพัฒนาการผลิตที่พึ่งพาด้วยตนเอง ด้วยวิธีการบริการเคลื่อนที่ทางการเกษตรและการเสริมสร้างความรู้แก่เกษตรกรและการเสริมสร้างคาวมรู้แก่เกษตรกร
2. ทำให้เกษตรที่ได้รับบริการสามารถสร้างรายได้ และรวมพลังกันเป็นองค์กรเกษตรกรที่มีการจัดไร่นาในรูปแบบเกษตรที่เหมาะสม เพื่อดำเนินการผลิต การตลาด การเป็นอยู่ พร้อมทั้งความร่วมมือกับแหล่งเงิน และแหล่งพลังงานในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ทำให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง โดยการเชื่อมโยงการปฏิบัติงานร่วมกันของเกษตรกร แกนนำกลุ่มอาชีพ และศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ภายใต้การสนับสนุนและเสริมสร้างความเข็มแข็ง ระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรในชุมชนอย่างแท้จริง และเป็นรูปธรรม
4. ทำให้ทราบถึงผลตอบแทนของเกษตรกรที่ได้รับบริการ ซึ่งมีการจัดการไร่นาที่เหมาะสมด้านวิศวกรรมดินและน้ำ กระบวนการและผลการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ด้านทัศนคติ ด้านทักษะในการคิดและการกระทำตลอดจนระดับการยอมรับและการแพร่กระจายแนว คิดใหม่ สู่ชุมชนเพื่อนำไปขยายผลการพัฒนาการเกษตรตามหลักวิชาการต่อไป

งานคลินิกเคลื่อนที่ จ.ขอนแก่น