
เข้าฤดูฝนปีนี้บ้านเราก็พึ่งจะมีพายุผ่านเข้ามาไม่กี่ลูก มี"นกเต็น" ที่ได้อ่อนกำลังลงสู่ระดับพายุโซนร้อนเมื่อพัดเข้าฝั่งฟิลิปปินส์ แต่กำลังจะทวีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 และ 2 ขณะพัดผ่านเกาะไหหลำของจีน และพุ่งตรงสู่ทิศตะวันตกเข้าอ่าวตังเกี๋ย กลายเป็นพายุโซนร้อน เมื่อถึงชายฝั่งทะเล ทางตอนใต้ของกรุงฮานอ
อ่อนแรงลงเมื่อเข้าถึงฝั่งเวียดนามทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายจังหวัด ก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือของลาว ซึ่งแม้จะลดระดับลงเป็นดีเปรสชั่น แต่ก็ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายแขวงภาคเหนือ
กินบริเวณกว้างตั้งแต่เชียงขวาง หัวพัน เวียงจันทน์
จนถึงหลวงพระบาง ไม่ต่างไปจากพายุลูกที่แล้ว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยพายุนกเตนฉบับที่ 4 ระบุว่า จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะด้านรับลมบริเวณ
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง
ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่
เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่ม ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 30 ก.ค.-2 ส.ค. 2554
จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย น้ำท่วมไร่นา
จมอยู่ใต้น้ำ กว่า 2 แสนไร่ 17 อำเภอ ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ขณะที่สถานศึกษาได้รับผลกระทบกว่า 20 แห่ง 142 ตำบล
1,370 หมู่บ้าน 105,524 ครอบครัว เดือดร้อน 379,746 ครัวเรือน
เสียชีวิต 3 ราย ถนนเสียหาย 336 สาย ฝาย 3 แห่ง สะพาน 2 แห่งหลายหมู่บ้านต้องสัญจรด้วยเรือ ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด อนุมัติงบช่วย
เบื้องต้นแล้ว โดยเฉพาะที่บ้านโพธิ์ตาก หมู่ 6 ต.นางาม ที่ระดับสูงกว่
50-80 ซ.ม. และเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 40 หลังคาเรือน
นายแสวง โพธิสิตา อดีตผู้ใหญ่บ้านโพธิ์ตาก กล่าวว่า
ระดับน้ำจะสูงขึ้นวันละ 30-40 ซ.ม. และมีทีท่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำชีฟากตะวันตกล้นตลิ่งไหลบ่าเข้า ท่วมหมู่บ้าน
ทำให้น้ำเพิ่มเป็นสองเท่า นอก จากนี้น้ำยังไหลเข้าท่วมถนน
เข้าหมู่บ้านสูงถึง 80-100 ซ.ม. ระยะทางประมาณ 1 ก.ม. ทำให้ชาวบ้านสัญจรผ่านไปมาไม่ได้